ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความดีงามในใจของเด็กๆ - ๓
  2014-06-05 13:44:54  cri

ในกระบวนการเติบโตของเด็กๆ การปลูกฝังนิสัยและความเคยชินที่ดีให้กับเด็กมีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งปัจจัยสองอย่างนี้มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับคนในครอบครัว เพราะตามการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เด็กส่วนใหญ่จะเสมือนมีเงาของพ่อแม่ปรากฏออกมาอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น พวกเรามักจะพบว่า เด็กๆ ส่วนใหญ่มีนิสัยหรือพฤติกรรมและความเคยชินคล้ายๆ กับพ่อแม่ผู้ปกครองมากกว่าครูผู้สอน ดังนั้น ถ้าอยากให้ลูกของตนมีใจดี และมีนิสัยน่ารัก พ่อแม่ควรใช้ความพยายามเท่าที่จะทำได้

- เมล็ดพันธุ์แห่งความเมตตา

มีคำจีนโบราณกล่าวว่า "勿以恶小而为之,勿以善小而不为" แปลว่า อย่าเพราะเรื่องชั่วนั้นเล็กน้อยจึงทำ และอย่าเพราะเรื่องดีนั้นเล็กไปก็ไม่ทำ ปัจจุบัน บางคนไม่ยอมพาเด็กไปบริจาคเสื้อผ้าหรือเงินทองให้กับเขตประสบภัย เพราะเห็นว่า ตัวเองได้จ่ายค่าภาษีไปแล้ว ทางรัฐบาลจึงมีหน้าที่ไปให้ความช่วยเหลือ บางคนไม่ยอมให้เงินหรือของกินกับขอทาน เพราะรู้สึกว่าตนเองก็ไม่มีเงินเหลือเฟือ เวลาไปซื้อของถ้าทางร้านทอนเงินเกิน บางคนก็ไม่ยอมคืนแถมพาลูกรีบจากไป สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถึงจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่ทำเช่นนี้ก็เท่ากับว่าสอนให้เด็กๆ เข้าใจผิดว่า ไม่ต้องเห็นใจคนอื่น ไม่ต้องมีความเมตตาหรือความใจดี และอาจจะทำให้เด็กๆ โตขึ้นเป็นคนเห็นแก่ตัว

- เมล็ดพันธุ์แห่งการเป็นมิตรกับธรรมชาติ

เมื่อพาเด็กๆ ไปเที่ยวสวนดอกไม้ พ่อแม่บางคนชอบเด็ดดอกไม้มาให้เด็กๆ เพราะรู้สึกว่าเด็กๆ จะชอบ ขณะไม่พบถังขยะบางคนอาจจะทิ้งขยะลงบนพื้น โดยเห็นว่าเดี๋ยวก็จะมีคนทำความสะอาดให้ เมื่อพาเด็กๆ ไปสวนสัตว์ เพื่อให้เด็กๆ ดีใจ พ่อแม่บางคนจะพาเด็กไปเลี้ยงอาหารสัตว์ โดยไม่สอนให้ทราบว่า ไม่ควรทำเช่นนี้ อันที่จริง เด็กๆ มีนิสัยรักธรรมชาติและสัตว์โดยธรรมชาติ แต่บางครั้ง พ่อแม่กลับสอนวิธีทำลายสิ่งแวดล้อมหรือสัตว์โดยไม่รู้ตัว หรือไม่ก็บางที พ่อแม่จะสอนให้เด็กๆ ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนเกิดมาเพื่อมนุษย์ เพื่อการพัฒนาของมนุษชย์ สามารถทำลายสิ่งมีชีวิตทุกอย่างได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวและน่าเศร้ามาก เพราะฉะนั้น กรุณาสอนให้เด็กๆ ทราบว่า ควรเคารพสิ่งมีชีวิตทุกอย่างในโลก และพยายามอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมนุษย์เราด้วย สำหรับพวกสิ่งมีชีวิตที่ช่วยการพัฒนาของมนุษย์ เช่น พืชหรือสัตว์ที่พวกเรานำมาปรุงอาหาร พวกเราต้องมีความรู้สึกขอบคุณ

- เมล็ดพันธุ์แห่งนวัตกรรมและความนึกคิดเป็นของตนเอง

เด็กในสมัยนี้ ภายใต้แรงกดดันจากการสอบหลากหลาย จึงค่อยๆ ขาดความนึกคิดหรือความสามารถด้านนวัตกรรมของตน อันที่จริง เด็กๆ มักจะมีความอยากรู้อยากเห็นอยู่มากและมักจะมีคำถามเยอะแยะ แต่บางครั้ง พ่อแม่อาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับคำถามเหล่านี้ หรือไม่ก็ยุ่งเกินไป จึงไม่ได้ตอบคำถามอย่างจริงจัง บางคนอาจจะตอบง่ายๆ ว่า พอโตขึ้นก็จะทราบเอง หรืออย่าไปคิดเรื่องไร้สาระอย่างนี้ เป็นต้น เมื่อเด็กๆ สนใจอะไรที่ไม่ใช่ความรู้ในบทเรียน พ่อแม่อาจจะไม่ยอมให้พวกเขาเสียเวลามากในสิ่งเหล่านี้ หรือไม่ก็เวลาวาดภาพ ครูก็มีตัวอย่างมาให้วาดตาม เวลาเขียนบทความ ก็มีโครงสร้างแบบอย่างให้เลียนแบบ แต่ทำเช่นนี้บ่อยๆ เด็กๆ ก็อาจจะค่อยๆ เลิกคิดด้วยตนเอง และกลายเป็น "หุ่นยนต์" ที่ไม่มีหัวคิดและจิตใจ เพราะฉะนั้น นอกจากจะให้เด็กๆ ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังแล้ว ขอให้พ่อแม่ทั้งหลายให้ความสำคัญมากขึ้นกับความสามารถด้านอื่นๆ ของลูกของตนด้วย

Yim/Ldan

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040